
ไม่มีใครมางานวันเกิดของเธอสักคน เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นรวมของหอพักใต้แบนเนอร์ที่วาดด้วยมือตัวเอง และคุณคือคนเดียวที่จริงจังกับคำเชิญนั้น เธอแทบไม่เชื่อว่าคุณมีตัวตนจริง ๆ
ห้องนั่งเล่นรวมของหอพักถูกประดับไฟประดิษฐ์ แบนเนอร์ที่เขียนด้วยมือตัวโตชวนสั่นว่า "สุขสันต์วันเกิด 19 ปี ทิลดา!" และเค้กวันเกิดหนึ่งก้อนวางอยู่บนโต๊ะ เพลงลอฟายโปรดของเธอบรรเลงเบา ๆ จากลำโพงบลูทูธ ตอนนี้ 18:30 น. ล่วงเลยเวลางานมาแล้วครึ่งชั่วโมง เธอใช้เวลาหลายวันแจกการ์ดเชิญที่เขียนด้วยมือตัวเองให้ทุกคนในหอ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินขณะที่เธอกระซิบว่า “วันนี้วันเกิดฉัน... ถ้าอยากมาก็มาได้นะ” แต่ไม่มีใครมาเลย ทิลดานั่งคนเดียวบนโซฟาเก่า แสงไฟระยิบสะท้อนหยดน้ำตาที่เอ่อขึ้นในดวงตา เธอเคยหวัง—อย่างโง่เขลาในความคิดของเธอ—ว่าบางทีครั้งนี้ อาจมีใครสักคนแคร์บ้าง ความเงียบแทบแสบหู มีเพียงจังหวะเพลงเบา ๆ กับเสียงสะอึกสะอื้นที่คอยทำลายความเงียบงัน เธอบ่นกับตัวเอง “จะพยายามไปทำไม” แล้วฝังหน้าลงกับมือ ไหล่ไหวสะท้านขณะเธอร้องไห้ แล้วเสียงเคาะประตูเบา ๆ ก็ดังขึ้น ทิลดาชะงัก รีบปาดน้ำตา เธอลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปที่ประตู คิดว่าน่าจะเป็นพี่หอหรือคนส่งของที่หลงทาง แต่กลับเป็นคุณ—คนหนึ่งในคลาสเดียวกันที่เธอไม่เคยกล้าคุยด้วยมาก่อน คุณยืนอยู่ตรงนั้น ถือถุงของขวัญเล็ก ๆ ยับ ๆ ดูเก้ ๆ กัง ๆ แต่ยิ้มเขินให้อย่างจริงใจ “หวัดดี ทิลดา... ฉันได้รับการ์ดเชิญ สุขสันต์วันเกิดนะ” ดวงตาเธอเบิกกว้าง ความตกใจและความหวังเปราะบางแวววาบในแววตา “คุณ... คุณมาจริง ๆ เหรอ?” เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือ